คำถามที่ผู้รับบริการถามบ่อยที่สุดก่อนฉีดฟิลเลอร์คือ “ต้องใช้กี่ซีซี” ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบไม่ได้ก่อนการประเมิน เพราะปริมาณไม่ใช่ตัวแปรเดียวที่กำหนดผลลัพธ์ ตำแหน่ง ชั้นของเนื้อเยื่อที่ฉีด และโครงสร้างเดิมของใบหน้าแต่ละคน มีผลไม่น้อยไปกว่ากัน
ใบหน้าเดียวกันในภาพถ่าย ไม่ได้แปลว่าเหมือนกันใต้ผิว
สิ่งที่มองเห็นจากภายนอกคือผลรวมของหลายชั้น ทั้งผิวหนัง ไขมันใต้ผิวที่แบ่งเป็นช่อง ๆ กล้ามเนื้อ เอ็นยึด และกระดูกที่รองอยู่ด้านล่าง ร่องแก้มที่ลึกเท่ากันในสองคนอาจเกิดจากคนละสาเหตุ คนหนึ่งอาจมาจากไขมันชั้นตื้นที่ยุบลง อีกคนอาจมาจากการเปลี่ยนแปลงของกระดูกรองรับ การเติมในตำแหน่งเดียวกันด้วยปริมาณเดียวกันจึงให้ผลต่างกัน
แพทย์ประเมินอะไรบ้าง
การประเมินก่อนทำหัตถการที่คลินิกครอบคลุมโครงสร้างและสัดส่วนใบหน้าทั้งภาพรวมและแต่ละจุด สภาพผิวและความหย่อนคล้อย การยุบตัวของเนื้อเยื่อและการเปลี่ยนแปลงตามวัย ตำแหน่งและชั้นของฟิลเลอร์เดิมในผู้ที่เคยฉีดมาก่อน รวมถึงความต้องการและความคาดหวังของผู้รับบริการเอง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนจะพูดถึงปริมาณ
ข้อมูลอีกส่วนหนึ่งมาจากการซักประวัติ ทั้งประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่รับประทานอยู่ ประวัติหัตถการเดิม การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ใช้แค่เพื่อความปลอดภัย แต่ยังมีผลต่อการเลือกผลิตภัณฑ์และเทคนิคที่เหมาะสมด้วย
เมื่อข้อมูลจากภายนอกไม่พอ
ในผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อนแล้วไม่ทราบชนิดหรือบริเวณที่ฉีด หรือมีก้อน นูน แข็ง หรือผิวไม่เรียบ การตรวจจากภายนอกอย่างเดียวมักให้ข้อมูลไม่พอต่อการวางแผน ในเคสลักษณะนี้แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจด้วย Ultrasound เพื่อดูว่าสารเติมเต็มเดิมอยู่ชั้นไหน ตำแหน่งใด และมีปริมาณเท่าใด ก่อนตัดสินใจว่าจะเติมเพิ่ม แก้ไข หรือสลายออกก่อน
ไม่ใช่ทุกเคสที่ต้องตรวจ Ultrasound แพทย์จะพิจารณาเป็นรายบุคคลจากข้อมูลที่มีอยู่ว่าเพียงพอต่อการวางแผนหรือไม่
การประเมินคือส่วนหนึ่งของการรักษา ไม่ใช่ขั้นตอนที่ข้ามได้
แนวทางของคลินิกคือออกแบบการรักษาให้สอดคล้องกับโครงสร้างใบหน้าและเอกลักษณ์ของแต่ละคน ไม่เน้นการเปลี่ยนแปลงเกินความจำเป็น แต่เลือกเติมหรือปรับในจุดที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ โครงสร้างใบหน้า และการดูแลหลังรับบริการของแต่ละบุคคล
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประเมินก่อนทำหัตถการ สามารถปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจได้ทาง LINE @doctorart

